กรมป่าไม้ยืนยันให้ความเป็นธรรมและโปร่งใสกับม้งภูทับเบิกทุกราย
นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยถึงกรณีที่นายยุพราช บัวอินทร์ อดีต
ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำกลุ่มตัวแทนเจ้าของรีสอร์ตบนภูทับเบิก
เตรียมเข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์
เพื่อขอให้ชะลอการปฏิบัติตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/59 กรณีมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิก
โดยระบุว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เนื่องจากพื้นที่ที่ครอบครองทำประโยชน์มิใช่ป่าตามมาตรา 4 (1) พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484
แต่เป็นที่ดินที่ครอบครองสืบสิทธิต่อเนื่องมาจากบรรพบุรุษดั้งเดิม และขณะนี้ชาวบ้านเกิดความสับสนต่อนโยบาย 3-8-8 ที่ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง
เหลือไว้แต่สิ่งปลูกสร้างที่มั่นคงแข็งแรง แต่ภายหลังกลับมาถูกมาตรา 44 ให้รื้อถอนทั้งหมดทั้งที่ยังไม่ได้ขึ้นศาล
และยังไม่ทราบว่ามีความผิดผิดเช่นไร แต่กลับถูกปิดประกาศไม่ให้เปิดบริการ ว่า
พื้นที่ป่าภูทับเบิก ยังคงมีสถานะเป็นพื้นที่ป่า ตามคำนิยามศัพท์ ของคำว่า”ป่า” ตามมาตรา 4 (1) พระราชบัญญัติป่าไม้
พ.ศ. 2484 ที่ให้ความหมายไว้ว่า
ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน
ดังจะเห็นได้จากการพิจารณาในชั้นศาลเพื่อวินิจฉัยสถานะของพื้นที่ในบริเวณภูทับเบิกตามคำพิพากษาศาลปกครองพิษณุโลกเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์
2555
โดยอำนาจหน้าที่ในการควบคุม
ดูแล
ป้องกันการบุกรุกทำลายป่าเป็นของกรมป่าไม้
ฉะนั้นการปฏิบัติการใด ๆ จึงเป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบของกฎหมาย
อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อไปว่า
เมื่อมีคำสั่งที่ 35/2559
ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2559
เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกับผู้ที่เข้ามายึดถือครอบครองที่ดินบนภูทับเบิก
แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
ดังนี้ กลุ่มที่ 1 จำนวน 19 ราย
ซึ่งเป็นกลุ่มที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่
แต่เมื่อไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของศาล
จึงได้อาศัยอำนาจตามคำสั่งดังกล่าวดำเนินการรื้อถอน ส่วนกลุ่มที่ 2 และ 3 เจ้าหน้าที่ได้อาศัยอำนาจตามคำสั่งที่ 35/2559 ของ คสช. และแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภูทับเบิก (3 - 8 - 8) มาใช้เป็นแนวทางกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา
โดยในกลุ่มที่ 2
ซึ่งเป็นกลุ่มที่มาร้องเรียนนั้น
ได้พิจารณาคุณสมบัติของผู้ถือครองที่ดินจากหลักฐานของกรมประชาสงเคราะห์เดิม
และลักษณะการก่อสร้างรีสอร์ต พบว่ามีจำนวน
19 ราย
อยู่ในพื้นที่กรมป่าไม้ 18 ราย และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
1 ราย โดยใน 18 ราย เป็นบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติตามที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกำหนดไว้
จำนวน 10 ราย ซึ่งได้ดำเนินการรื้อถอนไปแล้ว อีก 8 รายอยู่ในชั้นการพิจารณาของอัยการ สำหรับกลุ่มที่ 3 จำนวน 64 ราย
ได้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาตามคำสั่งจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ 1519/2559 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 ผลปรากฏว่า 14
รายขาดคุณสมบัติ และอีก 50 ราย เป็นราษฎรในพื้นที่ที่มีคุณสมบัติ
จึงจะได้รับการพิจารณาให้ใช้ประโยชน์ตามแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภูทับเบิก
“สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มม้งทั้ง 8
รายนั้น ทางคณะทำงานฝ่ายปฏิบัติการรื้อถอนและเก็บทรัพย์สินของกลาง ซึ่งมีผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่
4 สาขาพิษณุโลก เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
จะเสนอให้มีการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกำหนดไว้หรือไม่ พร้อมทั้งจะดำเนินการชี้แจงกับราษฎรชาวไทยภูเขา ผู้นำชุมชน
และตัวแทนผู้ร้องเรียนให้เข้าใจถึงมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภูทับเบิกที่ถูกต้องต่อไป ทั้งนี้
ขอยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว
ที่มา...https://hotissue.forest.go.th/view/2560/06/18
ที่มา...https://hotissue.forest.go.th/view/2560/06/18





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น